Archive

Archive for the ‘News ข่าวประชาสัมพันธ์’ Category

เมื่อเราสงสัยหรือทราบว่าเด็กถูกล่วงเกินทางเพศ เราจะทำอย่างไร

วิธีช่วยเหลือเด็กไว้เป็นแนวทางปฏิบัติ

เมื่อเราสงสัยหรือทราบว่าเด็กถูกล่วงเกินทางเพศ เราจะทำอย่างไร ต่อไปนี้คือวิธีช่วยเหลือเด็กที่เราให้คุณไว้เป็นแนวทางปฏิบัติ

1. เมื่อเด็กแสดงท่าทีว่าต้องการบอกเล่าเรื่องที่เขารู้สึกมีปัญหาหรือขอความ ช่วยเหลือ อย่าผัดผ่อนเพราะทำให้เด็กรู้สึกว่าเราไม่อาจเป็นที่พึ่งให้เขาได้ ควรแสดงตัวว่าพร้อมที่จะรับฟังและช่วยเหลือเด็กได้ในทุกกรณี ให้เด็กเกิดความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจว่าเขาจะได้รับการช่วยเหลือและคุ้มครอง เสมอ ไม่มีปัญหาใดที่ร้ายแรงเกินกว่าที่เราจะรับฟังและปกป้องเด็ก

2. แม้ว่าเรื่องที่เด็กเล่าจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงแรงจนเหลือเชื่อ ก็ขอให้ตั้งสติรับฟังอย่างสงบ หากเราแสดงอาการตกใจ โกรธ หรือเสียใจ เด็กอาจจะหยุดไม่บอกเล่าต่อไปอีก เพราะเกิดความไม่มั่นใจว่าเราจะสามารถช่วยเขาได้จริง หรือจะทำให้เขาเดือดร้อนมากขึ้นหรือไม่

3. กรณีที่เด็กบอกเล่าไม่ได้ต่อเนื่องเพราะปัญหาด้านจิตใจหรืออารมณ์ คอยปลอบโยน ให้กำลังใจเด็ก ให้เด็กสบายใจว่าหากเขาบอกเล่าออกมาทั้งหมด
เขาจะได้รับการปกป้องให้ปลอดภัยและได้รับความช่วยเหลือทุกเรื่อง อย่าขัด โต้แย้ง หรือคัดค้านเด็ก เพราะจะทำให้เด็กเข้าใจว่าเราไม่เชื่อหรือไม่รับฟังเรื่องที่เกิดขึ้น ปล่อยให้เด็กพูดเรื่องที่เขาต้องการบอกเล่าทั้งหมดก่อน แล้วค่อยซักถามรายละเอียดที่เรารู้สึกว่าเป็นคำบอกเล่าที่ไม่ชัดเจน

4. แม้ว่าเด็กไม่ยอมบอกเล่าว่าผู้กระทำเป็นใคร ไม่ต้องคาดคั้น แต่สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้าเด็กจะถูกกระทำ และหลังจากถูกกระทำ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้กระทำหรือความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้กระทำ เท่าที่จะทำได้ เพื่อกำหนดวงของผู้ต้องสงสัย การที่จะทราบว่าผู้กระทำเป็นใครไม่จำเป็นต้องให้เด็กระบุตัวหรือบอกชื่อเสมอ ยังมีวิธีการค้นหาวิธีอื่นอีกมาก

5. วิเคราะห์ข้อมูล พิจารณาว่าเป็นความจริงหรือไม่ หากเป็นเรื่องที่ไม่จริง รายละเอียดและข้อเท็จจริงจะไม่ชัดเจน หรือไม่ปะติดปะต่อ การเล่าหลายครั้งจะไม่ตรงกัน หรือบางครั้งเป็นเรื่องจริงแต่รายละเอียดอาจไม่ชัดเจน หรือไม่ปะติดปะต่อกันก็เป็นไปได้ เพราะเด็กอาจมีความสามารถในการสื่อสารน้อย หรือยังมีปัญหาด้านอารมณ์จิตใจอยู่ หลังจากวิเคราะห์แล้ว ให้หาวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป เช่น รีบพาเด็กไปรับคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา หรือ จิตแพทย์ เป็นต้น

6. พาเด็กไปไว้ในที่ปลอดภัย และมีหลักประกันให้เด็กว่า จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างปลอดภัย

7. เก็บรวบรวมหลักฐาน เช่นเสื้อผ้าที่เด็กสวมใส่ขณะที่ถูกล่วงเกินทางเพศ ขนเพชร ก้นบุหรี่ ถุงยางอนามัย หรืออื่นๆที่ผู้กระทำความผิดทิ้งร่องรอยไว้ อย่าลืมตรวจดู ร่องรอยความเสียหายที่ร่าง กายของเด็ก และถ่ายภาพด้วย ( ถ้าสามารถทำได้ และต้องบอกเหตุผลให้เด็กรู้ว่าจะใช้ในการช่วยเหลือเด็ก ) ส่งเด็กเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลของรัฐที่ใกล้ที่สุดทันที อย่าเพิ่งชำระล้างร่างกายเด็กก่อนรับการตรวจรักษา จดชื่อแพทย์ รวมไปถึงวันเวลาและสถานที่ขณะตรวจรักษาไว้ด้วย กรณีที่ทราบข้อมูลจากเด็กหลังเกิดเหตุการณ์ไม่เกิน 7 วัน อาจยังมีีหลักฐาน ร่องรอยตกค้างอยู่ แพทย์อาจค้นพบได้ หากเกิน 7 วันอาจไม่พบร่องรอยของการล่วงเกินทางเพศ แต่ต้องตรวจรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และตวจสอบการตั้งครรภ์ด้วย

8. แจ้งตำรวจทันที ให้รายละเอียดเท่าที่ทราบ ( ผู้กระทำเป็นใคร ผู้ถูกกระทำเป็นใคร เวลา สถานที่เกิดเหตุ ฯลฯ ) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับเด็กคนอื่นๆ

9. แจ้งหน่วยงานทางสังคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับบริการต่อไป

(ที่มา: คู่มือตัวฉันเป็นของฉัน สำหรับผู้ใหญ่ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก)

Advertisements

ครม.ไฟเขียวให้หยุดสงกรานต์ติดต่อกัน 5 วันรวด 12-16 เมษายน 2556

รายงานข่าวแจ้งว่า  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้   ได้มีมติเห็นชอบให้ วันที่ 12-16 เมษายน 2556 เป็นวันหยุดในเทศกาลสงกรานต์

ข่าวจาก matichon.co.th

 

สถานที่ชม นางพญาเสือโคร่ง ดอกซากุระเมืองไทย เวลาบาน เบอร์ติดต่อ

1. ขุนช่างเคี่ยน ดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ค่าเข้าชม: ไม่เก็บ
บริการ: เยี่ยมชม และถ่ายภาพดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง บริการบ้านพักทั้งหมด7 หลัง ราคา 600 บาท/หลัง มีบ้านหลังใหญ่มี 2 หลัง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลังละ 10 คน หลังเล็กสามารถพักได้หลังละ 8 คน 2 หลัง 6 คน 2 หลังและ 2 คน 1หลัง ราคาเท่ากันทุกหลัง มีที่สำหรับกางเต็นท์เกิน 50 ที่ ค่าบำรุงเต็นท์เล็ก100บาท เต็นท์ใหญ่คิดเป็นหัว 50บาท/หัว มีบริการอาหาร-เครื่องดื่ม (ต้องแจ้งล่วงหน้า)
ช่วงเวลาการผลิดอกนางพญาเสือโคร่ง : หลังวันที่ 15 มกราคม 2556
การเดินทาง : ใช้เส้นทางถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นดอยสุเทพผ่านพระตำหนักภูพิงค์ แยกขวาที่สามแยกไปหมู่บ้านม้งดอยปุย จากนั้นเลี้ยวไปขุนช่างเคี่ยน ประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง การเดินทางสามารถเข้าถึงโดยรถยนต์ หรือจะเช่ารถสองแถวที่เชิงดอยสุเทพ มีบ้านพัก และจุดกางเต็นท์บริการ
เบอร์ติดต่อ : ศูนย์วิจัย และฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. 0 5394 4052, 0 5322 2014
2. ขุนแม่ยะ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (ถนนหมายเลข 1095 แม่มาลัย-ปาย)
ค่าเข้าชม: ไม่เก็บ
บริการ: เยี่ยมชม และถ่ายภาพดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง รับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 300 คน ต้องนำเต็นท์และอาหารไปเอง (ต้องแจ้งล่วงหน้า)
ช่วงเวลาการผลิดอกนางพญาเสือโคร่ง : วันที่ 12-26 มกราคม 2556
การเดินทาง : การเดินทางเข้าถึงค่อนข้างลำบาก ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ถนนเป็นลูกรังดินแดง ไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 แม่มาลัย-ปาย ใช้เวลาในการเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
เบอร์ติดต่อ : 0 5321 7453
3. ดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2512 ตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร มีชื่อเสียงในเรื่องของความงดงามของไม้ดอก พืชผัก และไม้ผลเมืองหนาวท่ามกลางอากาศที่ หนาวเย็นตลอดทั้งปี ภายในมีสวนดอกไม้ในร่ม สวนดอกไม้กลางแจ้ง แปลงผัก ผลไม้เมืองหนาวมากกว่า60 ชนิด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกบริการนักท่องเที่ยวครบครัน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และมีสถานที่กางเต็นท์ ดอยอ่างขาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีก 25 กม. ดอยอ่างขางเป็นเทือกดอยสูงติดกับสันเขาพรมแดนประเทศพม่า
บริการ : จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไปเยือนดอยอ่างขางคือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการหลวงอ่างขาง สถานีเกษตรดอยอ่างขางได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นและหยุดการทำลายป่า ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกะทะหรือเหมือนอ่าง อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร ภายในโครงการมีสถานที่น่าสนใจได้แก่ แปลงทดลองปลูกพืชผลไม้เมืองหนาว ได้แก่ สวนบ๊วย สวนท้อ สตอบอรี่ กีวี่ พลับ สาลี่ เบอลี่บูล ภายในโครงการหลวงมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ สวนแปดสิบ โรงเรือนไม้ในร่ม โรงเรือนกุหลาบ แปลงผัก ป่าซากุระ ป่าเมเปิล พระตำหนักอ่างขาง สวนบอนไซ
ค่าเข้าชม : คนละ 50 บาท เปิดเวลา 06.00 – 18.00 น. ช่วงเวลาการผลิดอกนางพญาเสือโคร่ง : หลังวันที่ 15 มกราคม 2556
การเดินทาง : การเดินทาง จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางสาย 107 เชียงใหม่-ฝาง เป็นเส้นทางผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ทางแยกเข้าดอยอ่างขางมี 2 เส้นทาง คือ แยกซ้ายที่ กม.79เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่ชันมากแต่ทางจะเปลี่ยวหน่อย ระยะทางจากแยกทางหลวงสาย 107ไปจนถึงอ่างขางมีระยะทางประมาณ 50 กม. อีกเส้นทางคือแยกที่ กม.137 มีระยะทางถึงอ่างขางประมาณ 25 กม. เป็นเส้นทางที่สั้นแต่ชันมาก รถเก๋งและรถทุกชนิดขึ้นได้ถ้าคนขับมีฝีมือ ถ้าไม่แน่ใจให้จอดรถไว้ที่วัดที่ปากทาง กม.137 หรือจอดรถไว้ที่บริเวณลานจอดรถเอกชนมีรั้วมิดชิด สถานที่รับจอดรถอยู่ตรงข้ามกับปากทางเข้าดอยอ่างขาง ค่ารถจอดคันละ 50 บาท แล้วนั่งรถสองแถวขึ้นไป หรือเหมารถขึ้นไปเส้นทางขึ้นดอยอ่างขางสูงชันคดเคี้ยวและอันตรายถึงแม้ปัจจุบันมีการปรับปรุงผิวทางจราจรไว้ดีแล้วก็ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากเบรคไหม้เบรคแตกขณะลงเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเกียร์ออโต้
เบอร์ติดต่อ : 0 5345 0107-9, 0 5345 0031
4. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ถือเป็นโครงการหลวงขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลนักจาก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งใจกลางหุบเขาสูง จึงมีความงดงามของสภาพพื้นที่ ซึ่งปกคลุมด้วยสภาพ อากาศหนาวเย็น ตลอดทั้งปี
บริการ : มาที่นี่นอกจากเราจะได้ชมแปลงพืชผัก ไม้ผลเมืองหนาวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาลี่ พลัม ท้อ แนคตารีน หรือสตรอเบอร์รี่ หากมาในช่วงต้นถึงปลายเดือน ม.ค. ของทุกปี จะได้ชมดอกพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย ที่จะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูสวยงามตลอด ริมทาง มีบ้านพักรับรองภายในศูนย์ฯ จำนวน 5 หลังรับรองได้หลังละ 6-15 คน ราคาที่พักหลังละ 500, 800 และ1,200/คืน ส่วนเต็นท์มีขนาด 2 คน ให้บริการราคา 100 บาท/ถุง/คืน กรณีนำเต็นท์มาเองคิดค่าบริการพื้นที่30 บาท/หลัง/คืน ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)บ้านขุนวาง หมู่12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360
การผลิดอกนางพญาเสือโคร่ง : หลังวันที่ 7 มกราคม 2555
การเดินทาง : การเดินทาง โดยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้น ดอยอินทนนท์ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1009 ราวหลักกิโลเมตรที่30-31 มีสามแยกตรงหมู่บ้านขุนกลาง ก็เลี้ยวขวาไปอีก 16 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านขุนวาง เลยหมู่บ้านไปประมาณ2 กิโลเมตร ก็จะถึงสถานนีเกษตรฯ ขุนวาง ถนนเป็นถนนลาดยาง อาจจะมีหลุมบ้าง โดยรถสาธารณะ หากต้องการเดินทางวางโดยไม่มีรถส่วนตัว ต้องอาศัยเช่ารถสองแถวสีเหลืองโดยสามารถเช่าได้ตรงอำเภอจองทอง ตรงคิว รถสองแถวขึ้นดอยอินทนนท์ตรงวัดพระธาตุศรีจอมทอง
ติดต่อ : 0-53 114 133 , 08-1960 2033การ
5. ดอยหลวงเชียงดาว ดอยแม่ตะมาน ป่าเกี๊ยะ
มี ลักษณะเป็นเทือกเขา ซึ่งเทือกเขาเหล่านี้ประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดเรียกว่าดอยหลวงเชียงดาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,220 เมตรครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง ตำบลเมืองงาย ตำบลเมืองคลง ตำบลเชียงดาวและตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
ดอยหลวงเชียงดาว สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ สูงถึง 2,275 เมตร รองจากดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร และดอยผ้าห่มปก 2,285 เมตร และยังเป็นเทือกเขาหินปูนที่มีความสูงมากที่สุดในไทย
การเดินทาง : ดอยเชียงดาวอยู่ทางเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ไปทางอำเภอเชียงดาว
โดยรถยนต์
ใช้ เส้นทางหลวงหมายเลข 107 ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปบ้านถ้ำ (เชียงดาว) บริเวณตัวอำเภอเชียงดาว เข้าสู่ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าเชียงดาวระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ขับรถเข้าป่า ไปเด่นหญ้าขัดประมาณ2 ช.ม. ระยะทางประมาณ 20 กม. ถึงจุดเริ่มเดินการเดินเท้าที่หน่วยฯ เด่นหญ้าขัด
โดยรถประจำทาง
จากจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งช้างเผือกสายเชียงใหม่-เชียงดาว มาลงที่ปากทางเข้าตำบลแม่นะ เช่ารถยนต์ไปส่งหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก ราคาประมาณเที่ยวละ 700 บาท บริเวณนี้ยังใช้เป็นจุดพักแรมและเป็นแหล่งหากินของไก่ฟ้าหางลายขวาง
เส้นทางขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมี 3 เส้นทาง คือ
1.) เส้นทางบ้านถ้ำ เป็นเส้นทางชัน โหดที่สุด ไม่เหมาะแก่การขึ้น ส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางนี้ในการลง
2.) เส้นทางเด่นหญ้าขัด ต.แม่นะ อ.เชียงดาว เดินสบายที่สุด แต่ต้องเช่ารถขึ้นไปส่งค่อนข้างไกล (ค่ารถที่จะไปส่งตรงทางขึ้นดอยที่เด่นหญ้าขัด 1,000 บาท) เป็นเส้นทางที่นิยมใช้มากที่สุด ถือเป็นเส้นทางที่ไกลที่สุดจากจุดเริ่มต้นขึ้นไปถึงยอดดอย การเดินเท้าจากหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด ระหว่างทางจะมีทั้งพันธุ์ไม้ทั่วไป และพันธุ์ไม้หายาก จากระดับที่สูงขึ้นและสูงขึ้น ไต่ไปตามทางที่ทั้งลื่นและแคบ บางช่วงก็กว้างพอที่จะเดินแบบเกาะกลุ่มกันได้ บางช่วงก็แคบชนิดที่ต้องเดินเรียงเดี่ยวเท่านั้น
3.) เส้นทางนาเลา ค่อนข้างจะรก สามารถควบคุมเวลาการเดินทางได้แน่นอนเส้นทางเด่นหญ้าขัดและเส้นทางนาเลา ใช้เวลาเดินทางใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 4-6 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพร่างกาย
การผลิดอกนางพญาเสือโคร่ง : หลังวันที่ 7 มกราคม 2555
ติดต่อ : 08 1289 4139

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวไทย

กำหนดฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2555 ของกองทัพเรือ

กำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยา และคลองบางกอกน้อยเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือ เนื่องในการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เนื่อง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 รัฐบาลได้มอบหมายให้กองทัพเรือ จัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555

พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งนี้ เป็นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ่ 5 ริ้ว ใช้เรือพระราชพิธี ทั้งสิ้น 52 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง จำนวน 4 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือรูปสัตว์ จำนวน 8 ลำ เรือดั้ง จำนวน 22 ลำ และเรือประกอบอื่น ๆ จำนวน 18 ลำ โดยใช้เส้นทางเสด็จฯ ตั้งแต่ท่าวาสุกรี ถึงท่าเรือวัดอรุณฯ ทั้งนี้ กองทัพเรือจึงกำหนดให้มีการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ซ้อมย่อยครั้งที่ 1 วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2555

2. ซ้อมย่อยครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2555

3. ซ้อมย่อยครั้งที่ 3 วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2555

4. ซ้อมย่อยครั้งที่ 4 วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2555

5. ซ้อมย่อยครั้งที่ 5 วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2555

6. ซ้อมย่อยครั้งที่ 6 วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2555

7. ซ้อมย่อยครั้งที่ 7 วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2555

8. ซ้อมย่อยครั้งที่ 8 วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2555

9. ซ้อมใหญ่ครั้งที่ 1 วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2555

10. ซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2555

11. วันเสด็จฯจริง วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555

กรมเจ้าท่า โดยสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจตรา ควบคุมการเดินเรือ และการขนส่งทางน้ำให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด ดังนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อยในการเดินเรือ การจอดเรือในระหว่างทำการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กรมเจ้าท่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 52 ทวิแห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2520 กรมเจ้าท่า จึงประกาศกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยา และคลอง บางกอกน้อยเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเป็นการเฉพาะคราว โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมการเดินเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี ถึงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในคลองบางกอกน้อย ตั้งแต่สะพานอรุณอัมรินทร์ ถึงปากคลองบางกอกน้อย ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ,02-233-1311-8 ต่อ 353

พรรคประชาธิปัตย์สามารถล้มโครงการสำรวจสภาพอากาศ และเมฆ ของ นาซา ในไทยได้เป็นผลสำเร็จ

ข่าวล่าสุด นาซายกเลิกโครงการสำรวจสภาพอากาศ และเมฆ ไปแล้ว
พรรคประชาธิปัตย์สามารถล้มโครงการได้เป็นผลสำเร็จ

กำหนดการจัดงานประเพณีปอยส่างลองในอำเภอต่าง ๆ ของ จ.แม่ฮ่องสอน ๒๕๕๕

กำหนดการจัดงานประเพณีปอยส่างลองในอำเภอต่าง ๆ ของ จ.แม่ฮ่องสอน
เขตอำเภอเมือง
– วันที่ ๑๒ – ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่วัดบ้านแม่สะงา
– วันที่ ๒๕ – ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่วัดห้วยมะเขือส้ม
– วันที่ ๒๖ – ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่วัดผาบ่อง
– วันที่ ๓๑ มีนาคม – ๑ เมษายน ๒๕๕๕ ที่วัดห้วยผา
– วันที่ ๑ – ๔ เมษายน ๒๕๕๕ ที่วัดหมอกจำแป่
– วันที่ ๔ – ๖ เมษายน ๒๕๕๕ ที่วัดกลางทุ่ง
– วันที่ ๖ – ๙ เมษายน ๒๕๕๕ ที่วัดปางหมู
เขตอำเภอแม่สะเรียง
– วันที่ ๓๐ มีนาคม – ๓ เมษายน ๒๕๕๕ ที่วัดศรีบุญเรือง

แคนนอน เปิดตัวกล้อง DSLR ระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ EOS 5D Mark III

สิ้นสุดการรอคอย แคนนอน เปิดตัวกล้อง DSLR ระดับมืออาชีพรุ่นใหม่

EOS 5D Mark III

จากความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลก..สู่กล้องฟูลเฟรมระดับโปร’ ที่ลงตัวที่สุด

ทั้งด้านศักยภาพของกล้อง และความละเอียดของภาพ

2 มีนาคม 2555 – แคนนอน ผู้นำธุรกิจกล้องดิจิตอลระดับโลก ประกาศเปิดตัวกล้องดิจิตอลดีเอสแอลอาร์ แคนนอน EOS 5D Mark III รุ่นใหม่ อย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลกวันนี้

กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III กล้องดิจิตอลเอสแอล์อาร์แบบฟูลเฟรม (Full Frame DSLR Camera) ออกแบบมาเพื่อขยายขีดความสามารถของกล้องแคนนอน EOS 5D Mark II รุ่นก่อนหน้านี้ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของช่างภาพทุกกลุ่ม ตั้งแต่ช่างภาพนิ่ง ไปจนถึงผู้กำกับภาพยนตร์ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์, ภาพบุคคล, ภาพเว็ดดิ้ง, ภาพกีฬา, ภาพแอ็คชั่น, ภาพธรรมชาติ, ภาพสัตว์ป่า, งานข่าว หรือแม้แต่การถ่ายทำภาพยนตร์ กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมใหม่ล่าสุด Speedlite 600EX-RT และ Speedlite 600EX แฟลชสุดล้ำที่สามารถส่งสัญญาณวิทยุเพื่อสั่งงานร่วมกับแฟลชตัวอื่นๆ พร้อมกันในเวลาเดียว (เฉพาะ Speedlite 600EX-RT) ร่วมด้วยอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ GP-E2 ซึ่งเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS และอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย WFT-E7 ที่ให้การโอนไฟล์แบบไร้สายเป็นเรื่องง่าย เสริมความสมบูรณ์แบบ ครอบคลุมการใช้งานกล้องระดับมืออาชีพทุกรูปแบบ

เพื่อให้กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III เป็นสุดยอดกล้อง DSLR ที่ช่างภาพทั่วโลกต้องการ ทีมคิดค้นพัฒนาของแคนนอนวิเคราะห์ และศึกษาความต้องการของผู้ใช้งานกล้องระดับมืออาชีพอย่างละเอียด เพื่อนำมาพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานสูงสุด ทำให้ทราบว่าสิ่งที่ช่างภาพมืออาชีพให้ความสำคัญคือ ความละเอียดถูกต้องของภาพ (Image Quality), ระบบออโต้โฟกัส (AF) ที่แม่นยำ เชื่อถือได้, ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกคล่องตัว (Functional) จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงนี้เอง แคนนอนจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมดเพื่อให้ EOS 5D Mark III เป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ลงตัวทั้งในด้านศักยภาพของกล้อง และความละเอียดของไฟล์ภาพมากที่สุด โดยเริ่มจากการพัฒนาประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ CMOS แบบ full-frame ขนาด 36X24mm ความละเอียด 22.3 ล้านพิกเซล (จากเดิมรุ่น EOS 5D Mark II ความละเอียด 21 ล้านพิกเซล) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้ครบถ้วน สมบูรณ์แบบ และเพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งงานถ่ายภาพมืออาชีพในสตูดิโอ หรือแม้แต่การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่ต้องการรายละเอียดภาพเป็นพิเศษ อีกทั้งยังสะดวกต่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีอยู่เดิมได้ทันที

นอกจากนี้ระบบประมวลภาพ DIGIC 5+ ระบบประมวลภาพใหม่ล่าสุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของแคนนอน ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III สร้างภาพสวยที่ชัดใสยิ่งขึ้น ด้วยระบบการประมวลผลของ DIGIC 5+ เร็วกว่าระบบประมวลผล DIGIC 4 ถึง 17 เท่า ทำให้ได้ภาพถ่ายคุณภาพสูง มีสัญญาณรบกวน (Noise) ต่ำ ซึ่งประสิทธิภาพที่ได้นี้ส่งผลให้กับคุณภาพในการถ่ายภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้กล้องสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ที่ความเร็วสูงสุดมากถึง 6 ภาพต่อวินาที (fps)

กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III ยังมีจุดเด่นที่น่าทึ่งในเรื่องความกว้างของช่วง ISO ที่กว้างถึง 100-25600 (มากกว่า EOS 5D Mark II ซึ่งอยู่ที่ 6400) และเนื่องจากการมีการปรับปรุง Micro Lens Array ให้มีช่องว่างน้อยที่สุด รวมทั้งปรับปรุง Photo Diodes ให้ดีมากยิ่งขึ้น จึงทำให้สามารถขยาย ISO ได้ถึง ISO 102400 การขยายขีดจำกัดของ ISO ช่วยให้ช่างภาพหมดปัญหาเรื่องการถ่ายภาพในสภาวะที่มีแสงน้อย นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกให้กับช่างภาพโดยสามารถปรับตั้งค่าช่วง Auto ISO ได้ตามความต้องการได้อีกด้วย

กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III ล้ำหน้าด้วยระบบโฟกัสรุ่นใหม่ 61-point High Density Reticular AF System เช่นเดียวกับ EOS-1DX ซึ่ง AF System ใหม่นี้ไม่เพียงช่วยให้ช่างภาพจับภาพใบหน้าของบุคคล และภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็วได้อย่างแม่นยำ แต่ยังช่วยให้ช่างภาพสามารถใช้เลนส์ที่ f/4.0 และถ่ายด้วยความเร็วเหมือนการถ่ายด้วยเลนส์ f/2.8 ของกล้อง EOS 1D Mark IV ด้วยคุณสมบัติอันเหนือชั้น กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III จึงเหมาะสำหรับถ่ายทั้งภาพกีฬา และภาพแอ็คชั่น รวมไปถึง ภาพสัตว์ป่า อีกด้วย

และสำหรับช่างภาพที่ไม่ต้องการติดอยู่กับความจำเจของการถ่ายภาพแบบเดิม EOS 5D Mark III จึงมีฟังก์ชั่น Creative มาเสริมสร้างความแปลกใหม่ให้กับภาพถ่าย ด้วย High Dynamic Range Mode (HDR) ซึ่งจะทำการรวม ภาพถ่าย 3 ภาพที่ถ่ายด้วยค่าแสงต่างกัน และฟังก์ชั่น Multiple Exposure สร้างความโดดเด่น แตกต่างให้กับภาพถ่ายได้อีกด้วย

ประสิทธิภาพของ EOS 5D Mark III ยังไม่หมดเพียงเท่านี้

แคนนอน พร้อมให้คุณได้รู้จัก และทดสอบประสิทธิภาพด้วยตัวคุณเอง พบกันในงานเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ฯ กล้องแคนนอน อย่างเป็นทางการ วันที่ 20 มี.ค 55 นี้

ติดตามรายละเอียดสถานที่ และกำหนดการของงานผ่านทาง

www.canon.co.th เร็วๆ นี้

 

ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้น EOS 5D MARK III :

  • Image sensor: 22.3 mega-pixel 36 x 24mm CMOS sensor
  • Imaging processor: DIGIC 5+
  • ISO speeds: 100-25600 (expandable to L:50, H:51200, H2: 102400)
  • AF system: 61-point high-density reticular AF system
    • Max 41 cross-type sensors
    • Central 5 points: Diagonal cross-type sensors
  • Continuous shooting speed: up to 6fps
  • Release time lag: approx. 59ms
  • Viewfinder: Approx 100% coverage, 0.71x magnification, 21mm eyepoint
  • LCD: 3.2”, 1.04 million dots Clear View LCD II
  • Shutter durability: 150,000 cycles
  • Recording media: CF + SD
  • Battery: LP-E6
  • Dimensions: 152 x 116.4 x 76.4mm
  • Weight: 860g (body only)

 

%d bloggers like this: